รหัสแผนที่เป็นตัวระบุที่ไม่ซ้ำซึ่งแสดงถึงการจัดรูปแบบและการตั้งค่าการกำหนดค่า Google Maps ที่จัดเก็บไว้ใน Google Cloud คุณใช้รหัสแผนที่เพื่อเปิดใช้ฟีเจอร์ หรือจัดการหรือจัดรูปแบบแผนที่ในเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน คุณสามารถสร้างรหัสแผนที่สำหรับแต่ละแพลตฟอร์มที่ต้องการ (JavaScript, Android, iOS หรือ Maps Static) ในโปรเจ็กต์คอนโซล Google Cloud ในหน้าการจัดการแผนที่
ดูวิธีสร้างรหัสแผนที่ได้ที่หัวข้อวิธีสร้างรหัสแผนที่
สิ่งที่คุณทำได้ด้วยรหัสแผนที่
ใช้รหัสแผนที่เพื่อเปิดใช้ฟีเจอร์และการจัดรูปแบบ ตัวอย่างวิธีใช้รหัสแผนที่มีดังนี้ ดูรายการทั้งหมดได้ที่ฟีเจอร์ที่ใช้รหัสแผนที่
การจัดรูปแบบแผนที่ในระบบคลาวด์: เชื่อมโยงรหัสแผนที่กับรูปแบบแผนที่เพื่อจัดรูปแบบ ปรับแต่ง และจัดการแผนที่โดยใช้คอนโซล Google Cloud พร้อมใช้งานในทุกแพลตฟอร์ม: Android, iOS, JavaScript, และ Maps Static API.
แผนที่เวกเตอร์: ใช้รหัสแผนที่เพื่อใช้แผนที่ที่ประกอบด้วยไทล์แบบเวกเตอร์ซึ่งวาดในฝั่งไคลเอ็นต์ในเวลาที่ใช้ในการโหลดโดยใช้ WebGL พร้อมใช้งานใน JavaScript
เครื่องหมายขั้นสูง: ใช้รหัสแผนที่เพื่อเปิดใช้เครื่องหมายขั้นสูง พร้อมใช้งานใน Android, iOS และ JavaScript
ตัวอย่างการจัดรูปแบบแผนที่ในระบบคลาวด์
หากต้องการใช้การจัดรูปแบบแผนที่ในระบบคลาวด์เพื่อจัดรูปแบบแผนที่ในเว็บไซต์และแอป Android ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
สร้างรหัสแผนที่สำหรับแต่ละแพลตฟอร์มที่ใช้ เช่น สร้างรหัสแผนที่ JavaScript และ Android ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อ สร้างรหัสแผนที่
กำหนดค่ารูปแบบแผนที่ในคอนโซล Google Cloud ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อ การจัดรูปแบบแผนที่ในระบบคลาวด์
เชื่อมโยงรหัสแผนที่ทั้ง 2 รายการกับรูปแบบแผนที่ในคอนโซล Google Cloud ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อ เชื่อมโยงรหัสแผนที่กับรูปแบบ
อ้างอิงรหัสแผนที่ใน JavaScript ของเว็บไซต์และโค้ดแอป Android ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อเพิ่มรหัสแผนที่ลงในแอป
จากนั้นรูปแบบแผนที่ที่เชื่อมโยงกับรหัสแผนที่จะแสดงในเว็บไซต์และในแอป Android คุณสามารถอัปเดตรูปแบบแผนที่ใน Cloud Console และการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏในทั้ง 2 ที่โดยอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องอัปเดตแอป
ฟีเจอร์ที่ใช้รหัสแผนที่
ตารางต่อไปนี้แสดงฟีเจอร์และ API ของ Google Maps Platform ที่ใช้รหัสแผนที่
| ฟีเจอร์หรือ API | ใช้รหัสแผนที่เพื่อบรรลุเป้าหมายต่อไปนี้ |
|---|---|
| เครื่องหมายขั้นสูง | เปิดใช้เครื่องหมายขั้นสูง คุณไม่จำเป็นต้องสร้างรหัสแผนที่
แต่สามารถใช้รหัสแผนที่เดโม DEMO_MAP_ID แทนได้ |
| การจัดรูปแบบตามข้อมูลสำหรับขอบเขต | เชื่อมโยงรหัสแผนที่กับชุดขอบเขตและการจัดรูปแบบเพื่อจัดรูปแบบแผนที่ตามขอบเขต |
| การจัดรูปแบบตามข้อมูลสำหรับชุดข้อมูล | เชื่อมโยงรหัสแผนที่กับชุดข้อมูลและการจัดรูปแบบเพื่อจัดรูปแบบแผนที่ตามชุดข้อมูล |
| Flutter | จัดรูปแบบ Google Maps ที่ใช้ในแอป Flutter |
| Maps JavaScript API | จัดรูปแบบแผนที่ที่จะแสดงในหน้าเว็บ |
| Maps SDK สำหรับ Android | จัดรูปแบบแผนที่ที่จะแสดงในแอปพลิเคชัน Android1 |
| Maps SDK สำหรับ iOS | จัดรูปแบบแผนที่ที่จะแสดงในแอปพลิเคชัน iOS1 |
| Maps Static API | ระบุและจัดรูปแบบแผนที่ที่จะแสดงเป็นรูปภาพแบบคงที่ |
| โซลูชันการเคลื่อนที่ | ใช้ Maps JavaScript API และ SDK สำหรับ Android และ iOS เพื่อจัดรูปแบบแผนที่ในโซลูชันการเคลื่อนที่1 |
| Navigation SDK สำหรับ Android | จัดรูปแบบแผนที่ที่จะแสดงในแอปพลิเคชัน Android1 |
| Navigation SDK สำหรับ iOS | จัดรูปแบบแผนที่ที่จะแสดงในแอปพลิเคชัน iOS1 |
| WebGL (แผนที่เวกเตอร์) | เปิดใช้ฟีเจอร์ WebGL โดยใช้รหัสแผนที่เวกเตอร์ JavaScript |
1 การใช้รหัสแผนที่ใน Maps SDK สำหรับ Android, Maps SDK สำหรับ iOS, Navigation SDK สำหรับ Android หรือ Navigation SDK สำหรับ iOS จะทริกเกอร์การโหลดแผนที่ซึ่งจะมีการเรียกเก็บเงินตาม SKU ของ Dynamic Maps