ข้อกำหนดที่จำเป็น

จัดทุกอย่างให้เป็นระเบียบอยู่เสมอด้วยคอลเล็กชัน บันทึกและจัดหมวดหมู่เนื้อหาตามค่ากำหนดของคุณ

ก่อนที่จะเริ่มผสานรวมกับ Google Wallet API ให้ทําตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. ลงชื่อสมัครใช้บัญชี Google Wallet API Issuer

ต้องมีบัญชีผู้ออกบัตรเพื่อสร้างและแจกจ่ายบัตรสําหรับ Google Wallet สร้างบัญชีผู้ออกบัตรโดยลงชื่อสมัครใช้ Google Pay และคอนโซล Wallet หลังจากกรอกข้อมูลธุรกิจเสร็จแล้ว ให้ไปที่หน้า Google Wallet API แล้วคลิกขอสิทธิ์เข้าถึง ระบุคําอธิบายว่าจะใช้ Android SDK จากนั้นกรอกข้อมูลในรายการตรวจสอบ แล้วส่งคําขอ

ขณะรอการให้สิทธิ์ Passes สร้างบัญชีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ชั่วคราวหรือลองใช้ Codelab

2. ทําความคุ้นเคยกับการพัฒนาแอปพลิเคชันในแพลตฟอร์ม Android

โปรดศึกษาแนวคิดและทักษะพื้นฐานของการพัฒนาแอปพลิเคชันสําหรับแพลตฟอร์ม Android เพื่อให้วัตถุประสงค์ของบทแนะนํานี้ หากต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนา Android ก่อนเริ่มต้นใช้งาน โปรดดูบทเรียนในการฝึกอบรมสําหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Android

3. รับข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อให้สิทธิ์แอปของคุณ

หากต้องการใช้ Google Wallet API สําหรับ Android ในแอป Android ต้องให้สิทธิ์แอปของคุณก่อน ซึ่งทําได้โดยใช้ลายนิ้วมือ SHA1 ในคีย์และชื่อแพ็กเกจของนักพัฒนาแอป

โปรดขอรับลายนิ้วมือ SHA1 ของใบรับรองเพื่อขอรับการอนุมัติแอปพลิเคชัน หากต้องการค้นหาลายนิ้วมือ ให้เปิดหน้าต่างเทอร์มินัลและเรียกใช้ยูทิลิตี Keytool ดังนี้

keytool -alias androiddebugkey -keystore path_to_debug_or_production_keystore -list -v

คีย์สโตร์การแก้ไขข้อบกพร่องมักจะอยู่ที่ ~/.android/debug.keystore และรหัสผ่านคือ android

เครื่องมือคีย์จะพิมพ์ลายนิ้วมือลงใน Shell เช่น

$ keytool -alias androiddebugkey -keystore ~/.android/debug.keystore -list -v
Enter keystore password: Type "android" if using debug.keystore
Alias name: androiddebugkey
Creation date: Aug 27, 2012
Entry type: PrivateKeyEntry
Certificate chain length: 1
Certificate[1]:
Owner: CN=Android Debug, O=Android, C=US
Issuer: CN=Android Debug, O=Android, C=US
Serial number: 503bd581
Valid from: Mon Aug 27 13:16:01 PDT 2012 until: Wed Aug 20 13:16:01 PDT 2042
Certificate fingerprints:
   MD5:  1B:2B:2D:37:E1:CE:06:8B:A0:F0:73:05:3C:A3:63:DD
   SHA1: D8:AA:43:97:59:EE:C5:95:26:6A:07:EE:1C:37:8E:F4:F0:C8:05:C8
   SHA256: F3:6F:98:51:9A:DF:C3:15:4E:48:4B:0F:91:E3:3C:6A:A0:97:DC:0A:3F:B2:D2:E1:FE:23:57:F5:EB:AC:13:30
   Signature algorithm name: SHA1withRSA
   Version: 3

คัดลอกลายนิ้วมือ SHA1 ที่ไฮไลต์ในตัวอย่างก่อนหน้านี้ ต้องใช้ลายนิ้วมือและชื่อแพ็กเกจของแอปเพื่อให้สิทธิ์แอป โดยแอปจะขอสิทธิ์ได้โดยติดต่อทีมสนับสนุนผ่านวิดเจ็ตติดต่อทีมสนับสนุนในคอนโซลธุรกิจ

4. ตั้งค่าบริการ Google Play

หากยังไม่มี Android Studio ให้ดาวน์โหลดและติดตั้ง Android Studio

Google Wallet สําหรับ Android เป็นส่วนหนึ่งของบริการ Google Play หากต้องการนําเข้าไลบรารีบริการ Google Play ให้ทําตามวิธีการตั้งค่าบริการ Google Play

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องการนําเข้า Google Wallet API สําหรับ Android ให้เพิ่มค่าต่อไปนี้ไปยังทรัพยากร Dependency ไปยังไฟล์ build.gradle ในโมดูลแอป

dependencies {
  implementation 'com.google.android.gms:play-services-pay:16.0.3'
}

5. สร้างคลาส Passes

ก่อนที่จะสร้างและเพิ่มบอร์ดดิ้งพาส คุณต้องสร้าง FlightClass ก่อน สามารถทําได้โดยลงชื่อเข้าใช้คอนโซล Google Pay และ Wallet จากนั้นไปที่หน้า Google Wallet API และสร้าง FlightClass ใหม่

  1. ตรวจดูว่าคุณมีแท็บจัดการ
  2. คลิกสร้างชั้นเรียน
  3. เลือกขึ้นเครื่อง
  4. กรอกข้อมูลในช่องที่ต้องกรอกทั้งหมดที่มีเครื่องหมาย *
  5. คลิกสร้างชั้นเรียน

ทําตามขั้นตอนข้างต้นซ้ําหากคุณต้องใช้บอร์ดดิ้งพาสหลายใบ

เมื่อสร้าง FlightClass เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการเพิ่มบัตรไปยัง Google Wallet