Conversion คือการกระทำของลูกค้าที่มีความสำคัญต่อ ธุรกิจ เช่น การซื้อ หรือ การลงชื่อสมัครใช้ คุณสามารถใช้การวัด Conversion เพื่อดูประสิทธิภาพของการโต้ตอบกับโฆษณาที่นำไปสู่กิจกรรมของลูกค้าที่มีคุณค่า
วัด Conversion ด้วย Google Ads
การวัด Conversion จะช่วยแสดงให้คุณเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก ลูกค้าโต้ตอบกับโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผลิตภัณฑ์ ลงชื่อสมัครรับ จดหมายข่าว โทรติดต่อธุรกิจ หรือดาวน์โหลดแอปของคุณ
Tag Manager
- สร้างแท็ก Google Ads ใน Tag Manager จากหน้าจอหลัก ให้เลือกแท็กใหม่ > การกำหนดค่าแท็ก > เครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads
- ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads เพื่อดูค่าทั้งหมดที่คุณจะใช้เพื่อตั้งค่าแท็กให้สมบูรณ์
- ในบัญชี Google Ads ให้คลิกเครื่องมือและการตั้งค่า ()
- เลือกการวัด: Conversion ซึ่งจะเปิดไปที่ ตารางการกระทำที่ถือเป็น Conversion
- เลือกชื่อ Conversion ที่คุณต้องการใช้จากคอลัมน์การกระทำที่ถือเป็น Conversion
- ขยายแท็บสำหรับการตั้งค่าแท็ก เพื่อดูรายละเอียดแท็ก
- เลือกใช้ Google Tag Manager
- คัดลอกรหัสแท็กและป้ายกำกับ Conversion
- เพิ่มค่ารหัสแท็กและป้ายกำกับ Conversion ที่จำเป็นลงในช่องที่กำหนด หรือคุณจะเพิ่มมูลค่า Conversion, รหัสคำสั่งซื้อ และรหัสสกุลเงินก็ได้เช่นกัน (ไม่บังคับ) อย่าลืมใช้ตัวแปร Tag Manager กับค่าของฟิลด์เหล่านี้เมื่อจำเป็น เช่น ในกรณีส่วนใหญ่จะใช้ตัวแปรสำหรับรหัสคำสั่งซื้อ
- เลือกทริกเกอร์ 1 รายการขึ้นไปในส่วน การทริกเกอร์ เพื่อระบุว่าแท็กควรเริ่มทำงานเมื่อใด
- บันทึกการกำหนดค่าแท็ก
- หากคุณใช้แท็ก Google แทนแท็กปลายทาง ให้ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ Conversion Linker แล้ว หากคุณเชื่อมต่อกับปลายทางของ Google โดยตรงโดยใช้แท็กปลายทาง ระบบจะจัดการ Conversion Linker ที่ให้ไว้โดยอัตโนมัติ หากต้องการปรับลักษณะการทำงานเริ่มต้น ให้ใช้แท็บการตั้งค่าของคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager หรืออัปเดตการตั้งค่าแท็กปลายทาง
- ดูตัวอย่างการเปลี่ยนแปลง และนำไปใช้จริง เมื่อพร้อม
gtag.js
- สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversionก่อนตั้งค่าการวัด Conversion ใน Google Ads
- ในหน้าจอที่ปรากฏขึ้น ให้เลือกตัวเลือกที่ ตรงกับสถานการณ์ของคุณที่สุดในส่วนแท็ก Google แล้วทำตามวิธีการติดตั้งแท็ก ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งแท็ก Google
(ไม่บังคับ) แก้ไขแท็ก Google ตามที่ต้องการ ดังนี้
หากไม่ต้องการให้แท็ก Google เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ลงใน รายการรีมาร์เก็ตติ้งในการโหลดหน้าเว็บเริ่มต้น ให้เพิ่มโค้ดต่อไปนี้ลงใน คำสั่ง
'config'ในแท็ก Googlegtag('config', 'TAG_ID', {'send_page_view': false});หากไม่ต้องการรวบรวมข้อมูลรีมาร์เก็ตติ้ง ให้เพิ่มคำสั่ง
gtag('set')ต่อไปนี้ลงในแท็ก Google เหนือคำสั่งgtag('js')วิธีนี้จะปิดใช้การรวบรวมข้อมูลรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับบัญชี Google Ads ที่กำหนดค่าทั้งหมด<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=TAG_ID"></script> <script> window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('set', 'allow_ad_personalization_signals', false); gtag('js', new Date()); gtag('config', 'TAG_ID'); </script>
ข้าง "ข้อมูลโค้ดเหตุการณ์" ให้เลือกว่าจะวัด Conversion ในการโหลดหน้าเว็บหรือคลิก
- การโหลดหน้าเว็บ: นับ Conversion เมื่อลูกค้าไปที่หน้า Conversion เช่น หน้ายืนยันการซื้อหรือการลงชื่อสมัครใช้ นี่คือตัวเลือกเริ่มต้นและใช้บ่อยที่สุด ดูข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ มาตรฐานความปลอดภัยของ Google
- คลิก: นับ Conversion เมื่อลูกค้าคลิกปุ่มหรือลิงก์ (เช่น ปุ่ม "ซื้อเลย")
คัดลอกข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ จากนั้นทำตาม วิธีการเพิ่มข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ลงใน เว็บไซต์, หรือคลิก ดาวน์โหลดข้อมูลโค้ด ไว้เพิ่มภายหลัง
- หากคุณวัด Conversion ตามการโหลดหน้าเว็บ ให้เพิ่มข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ลงในหน้าเว็บ
- หากคุณวัด Conversion ตามการคลิก ให้เพิ่มข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ลงในหน้าเว็บที่มีปุ่มหรือลิงก์ที่คุณต้องการติดตามการคลิก
ข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ของ Ads ใช้
gtag('event', 'conversion', ...)เพื่อทำเครื่องหมายเหตุการณ์เป็น Conversion เหตุการณ์ Conversion จะส่งออบเจ็กต์ที่มีพารามิเตอร์send_to,valueและcurrencyดูตัวอย่างด้านล่างนี้<script> gtag('event', 'conversion', { 'send_to': 'AW-123456789/AbC-D_efG-h12_34-567', 'value': 1.0, 'currency': 'USD' }); </script>คลิกถัดไป แล้วคลิกเสร็จสิ้น
หากคุณวัดการคลิกในเว็บไซต์เป็น Conversion ให้ทำตาม วิธีการเหล่านี้เพื่อเพิ่มส่วนเพิ่มเติมของ โค้ดลงในปุ่มหรือลิงก์ที่คุณต้องการวัด จำเป็นต้องมีขั้นตอนนี้เพื่อให้การวัด Conversion ทำงานได้
วัดเหตุการณ์สำคัญด้วย Google Analytics 4
หากต้องการตั้งค่าการวัดเหตุการณ์สำคัญด้วยพร็อพเพอร์ตี้ Google Analytics 4 ให้ทำดังนี้
Tag Manager
- ตั้งค่าแท็กเหตุการณ์ GA4 เพื่อส่งประเภทเหตุการณ์ที่ต้องการทำเครื่องหมายเป็น เหตุการณ์สำคัญ (หมายเหตุ:* ระบบจะรวบรวมเหตุการณ์หลายประเภท โดยอัตโนมัติ)*
- ใน Google Analytics, ให้ทำเครื่องหมายเหตุการณ์เป็นเหตุการณ์สำคัญ
gtag.js
ส่งเหตุการณ์ที่ต้องการทำเครื่องหมายเป็นเหตุการณ์สำคัญ (หมายเหตุ:* ระบบจะรวบรวม เหตุการณ์หลายประเภทโดยอัตโนมัติ)*
gtag('event', 'login', { 'method': 'Google' });ใน Google Analytics, ให้ทำเครื่องหมายเหตุการณ์เป็นเหตุการณ์สำคัญ
วัด Conversion ด้วย Display and Video 360 และ Campaign Manager 360
ระบบจะวัด Conversion ใน Display and Video 360 และ Campaign Manager 360 ด้วยแท็ก Floodlight แท็กตัวนับ Floodlight ใช้สำหรับนับจำนวนครั้งที่ผู้ใช้เข้าชมหน้าเว็บใดหน้าเว็บหนึ่งหลังจากดูหรือคลิกโฆษณา และแท็กยอดขาย Floodlight ใช้สำหรับวัดปริมาณและมูลค่าของการซื้อ หากต้องการตั้งค่าการวัด Conversion ด้วยแท็ก Floodlight ให้เลือกตัวเลือกด้านล่าง
Tag Manager (ตัวนับ)
การเพิ่มแท็กตัวนับ Floodlight ไปยังคอนเทนเนอร์ทำได้ 2 วิธี ได้แก่
- ยอมรับแท็กที่พุชเข้ามาจากอินเทอร์เฟซผู้ใช้ Campaign Manager 360
- ใช้เทมเพลตแท็กตัวนับ Floodlight
ยอมรับแท็ก Floodlight ที่พุชมา
คุณสามารถพุชแท็กตัวนับ Floodlight จากอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Campaign Manager 360 ไปยังคอนเทนเนอร์ได้โดยตรง เมื่อพุชแท็ก Floodlight ไปยัง Tag Manager คุณจะต้องอนุมัติคำขอลิงก์และแท็กที่พุชเข้ามา
วิธียอมรับแท็ก Floodlight ที่พุชเข้ามา
- ไปที่คิวการอนุมัติ > แท็ก
- คลิกชื่อกิจกรรม พารามิเตอร์บางตัว (เช่น ค่าของ
"src= ","type= "และ"cat= ") จะมีการตั้งค่าไว้ล่วงหน้า - ทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามต้องการในแท็ก แล้วคลิกอนุมัติ
- หากคุณใช้แท็ก Google แทนแท็กปลายทาง ให้ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ Conversion Linker แล้ว หากคุณเชื่อมต่อกับปลายทางของ Google โดยตรงโดยใช้แท็กปลายทาง ระบบจะจัดการ Conversion Linker ที่ให้ไว้โดยอัตโนมัติ หากต้องการปรับลักษณะการทำงานเริ่มต้น ให้ใช้แท็บการตั้งค่าของคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager หรืออัปเดตการตั้งค่าแท็กปลายทาง
- บันทึกและนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง
ตัวแปรที่กำหนดเองของ Floodlight เป็นคีย์-ค่าที่สามารถใช้เพื่อติดตามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ที่คุณรวบรวมได้ ตัวแปร Floodlight ที่กำหนดเองใช้คีย์ u1=, u2= ฯลฯ สำหรับแท็กที่พุชเข้ามา ระบบจะเติมชื่อตัวแปร Tag Managerให้ ในช่องตัวแปรที่กำหนดเองล่วงหน้า หากต้องการกำหนดค่าตัวแปรเหล่านี้ให้ ส่งข้อมูลที่เหมาะสม ให้จับคู่ตัวแปรเหล่านี้กับตัวแปร Tag Manager
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอนุมัติของ Floodlight
สร้างแท็กตัวนับ Floodlight ใหม่
วิธีสร้างแท็กตัวนับ Floodlight ใหม่ด้วยตนเอง
- ใน Tag Manager ให้คลิกแท็ก > ใหม่
- คลิกการกำหนดค่าแท็ก แล้วเลือกประเภทแท็กตัวนับ Floodlight
- หากต้องการรวบรวมค่าที่จําเป็นต่อการกําหนดค่าแท็ก ให้เปิดเบราว์เซอร์อีกหน้าต่างหนึ่ง
แล้วลงชื่อเข้าใช้ Campaign Manager 360 คลิก
ผู้ลงโฆษณา แล้วคลิกชื่อของผู้ลงโฆษณา ป้อนค่าต่อไปนี้ในแท็กตัวนับ Floodlight ใหม่ของ Tag Manager
- รหัสผู้ลงโฆษณา: รหัสผู้ลงโฆษณาจะปรากฏในหน้ารายละเอียดผู้ลงโฆษณา
ด้านล่างชื่อของผู้ลงโฆษณา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
src=ในแท็ก Floodlight ที่สร้างขึ้นอีกด้วย - สตริงแท็กกลุ่ม: ระบุกิจกรรมที่คุณต้องการใช้งานในตารางกิจกรรม และค้นหาสตริงแท็กกลุ่มที่แสดงในคอลัมน์ทางด้านขวา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
type=ในแท็ก Floodlight ที่สร้างขึ้นอีกด้วย - สตริงแท็กกิจกรรม: ระบุกิจกรรมที่คุณต้องการใช้งานในตารางกิจกรรม และค้นหาสตริงแท็กกิจกรรมที่แสดง
ในคอลัมน์ทางด้านขวา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
cat=ในแท็ก Floodlight ที่สร้างขึ้นอีกด้วย
- รหัสผู้ลงโฆษณา: รหัสผู้ลงโฆษณาจะปรากฏในหน้ารายละเอียดผู้ลงโฆษณา
ด้านล่างชื่อของผู้ลงโฆษณา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
- ตั้งค่าวิธีการนับ ที่ต้องการ ดังนี้
- มาตรฐาน: นับทุก Conversion
- ไม่ซ้ำ: นับ Conversion แรกของผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำแต่ละรายในช่วง 24 ชม. ของแต่ละวัน ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเที่ยงคืน ตามเวลาตะวันออก (สหรัฐฯ)
- ต่อเซสชัน: นับ 1 Conversion ต่อผู้ใช้ต่อเซสชัน ระยะเวลาในเซสชันจะถูกกำหนดโดยเว็บไซต์ซึ่งมีการใช้แท็ก Floodlight อยู่
- สำหรับวิธีติดตั้งใช้งานแบบเดิมที่ใช้ตัวแปร U และ Tran ให้ป้อนค่าสำหรับตัวแปรดังกล่าว
- ป้อนตัวแปรที่กำหนดเอง ที่คุณจำเป็นต้องใช้กับการติดตั้งใช้งาน ตัวแปรที่กำหนดเองของ Floodlight เป็นคู่คีย์-ค่าที่ใช้เพื่อ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ใช้ คีย์จะมีรูปแบบเป็น "u1=", "u2=" ฯลฯ คลิก +ตัวแปรที่กำหนดเอง เพื่อเพิ่มคู่คีย์-ค่าใหม่ สำหรับตัวแปรที่กำหนดเองแต่ละตัว ให้เลือก ตัวแปร Tag Manager ที่ เก็บค่าที่คุณต้องการส่งต่อไปให้ตัวแปรที่กำหนดเองของ Floodlight
- คลิกการทริกเกอร์ แล้วเลือกทริกเกอร์ที่ตรงกับ หน้า Landing Page ของแคมเปญที่คุณต้องการให้แท็กเริ่มทำงาน
- หากคุณใช้แท็ก Google แทนแท็กปลายทาง ให้ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้แท็ก Conversion Linker แล้ว หากคุณเชื่อมต่อกับปลายทางของ Google โดยตรงโดยใช้แท็กปลายทาง ระบบจะจัดการ Conversion Linker ที่ให้ไว้โดยอัตโนมัติ หากต้องการปรับลักษณะการทำงานเริ่มต้น ให้ใช้แท็บการตั้งค่าของคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager หรืออัปเดตการตั้งค่าแท็กปลายทาง
- บันทึกและนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง
Tag Manager (ยอดขาย)
การเพิ่มแท็กยอดขาย Floodlight ไปยังคอนเทนเนอร์ทำได้ 2 วิธี ได้แก่
- ยอมรับแท็กที่พุชเข้ามาจากอินเทอร์เฟซผู้ใช้ Campaign Manager 360
- ใช้เทมเพลตแท็กยอดขาย Floodlight
ยอมรับแท็ก Floodlight ที่พุชมาจาก Campaign Manager 360
คุณสามารถเพิ่มแท็ก Floodlight ที่พุชมาจาก Campaign Manager 360 ไปยังคอนเทนเนอร์ Tag Manager ได้โดยตรง หากต้องการดำเนินการดังกล่าว ให้อนุมัติคำขอลิงก์และแท็กที่พุชเข้ามา
- ไปที่ผู้ดูแลระบบ > คิวการอนุมัติ > แท็ก
- คลิกชื่อกิจกรรม พารามิเตอร์บางตัว (เช่น ค่าของ
src=,type=และcat=) จะมีการกำหนดไว้ล่วงหน้า - ค่าพารามิเตอร์ รายได้ จะมาจาก
costตัวแปร Tag Manager สร้างและกำหนดค่าตัวแปรcostที่ดึงจำนวนเงินรายได้ หากมีตัวแปรที่บันทึกรายได้จากธุรกรรมอยู่แล้ว ให้เปลี่ยนcostเป็นชื่อตัวแปรนั้น - ค่าพารามิเตอร์รหัสคำสั่งซื้อ จะมาจากตัวแปร Tag Manager {{ord}} สร้างและกำหนดค่าตัวแปร {{ord}} ที่ ดึงรหัสคำสั่งซื้อ (หรือหากใช้วิธีการนับตาม สินค้าที่ขาย ให้ กำหนดค่าตัวแปรนี้เป็นการนับจำนวนสินค้าที่ขาย) หากมีตัวแปรที่บันทึกรหัสคำสั่งซื้ออยู่แล้ว ให้เปลี่ยน {{ord}} เป็นชื่อตัวแปรนั้น
- ตัวแปรที่กำหนดเองของ Floodlight เป็นคู่คีย์-ค่าที่ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลการใช้งาน ตัวแปร Floodlight ที่กำหนดเองใช้คีย์
_u1=,_u2=ฯลฯ สำหรับแท็กที่พุชเข้ามา ระบบจะเติมชื่อตัวแปรให้ใน ช่องตัวแปรที่กำหนดเอง จับคู่ตัวแปร Floodlight ที่กำหนดเองเหล่านี้กับตัวแปร Tag Manager เพื่อให้ส่งค่าของตัวแปรไปยังแท็ก Floodlight ได้ - ทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกับแท็ก Floodlight ตามต้องการ แล้วคลิกอนุมัติ
- หากคุณใช้แท็ก Google แทนแท็กปลายทาง ให้ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้แท็ก Conversion Linker แล้ว หากคุณเชื่อมต่อกับปลายทางของ Google โดยตรงโดยใช้แท็กปลายทาง ระบบจะจัดการ Conversion Linker ที่ให้ไว้โดยอัตโนมัติ หากต้องการปรับลักษณะการทำงานเริ่มต้น ให้ใช้แท็บการตั้งค่าของคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager หรืออัปเดตการตั้งค่าแท็กปลายทาง
- บันทึกและนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง
อ่านการอนุมัติเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
ใช้เทมเพลตแท็กยอดขาย Floodlight
วิธีสร้างแท็กยอดขาย Floodlight ใหม่ด้วยตนเอง
- คลิกแท็ก > ใหม่
- คลิกการกำหนดค่าแท็ก > ยอดขาย Floodlight
- หากต้องการรวบรวมค่าที่จําเป็นต่อการกําหนดค่าแท็ก ให้เปิดเบราว์เซอร์อีกหน้าต่างหนึ่ง
แล้วลงชื่อเข้าใช้ Campaign Manager 360 คลิกผู้ลงโฆษณา แล้ว
คลิกชื่อของผู้ลงโฆษณา ป้อนค่าต่อไปนี้ในแท็กยอดขายใหม่ของ Floodlight ใน Tag Manager
- รหัสผู้ลงโฆษณา: รหัสผู้ลงโฆษณาจะปรากฏในหน้ารายละเอียดผู้ลงโฆษณา
ด้านล่างชื่อของผู้ลงโฆษณา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
src=ในแท็ก Floodlight ที่สร้างขึ้นอีกด้วย - สตริงแท็กกลุ่ม: ระบุกิจกรรมที่คุณต้องการใช้งานในตารางกิจกรรม และค้นหาสตริงแท็กกลุ่มที่แสดงใน
คอลัมน์ทางด้านขวา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
type=ในแท็ก Floodlight ที่สร้างขึ้นอีกด้วย - สตริงแท็กกิจกรรม: ระบุกิจกรรมที่คุณต้องการใช้งานในตารางกิจกรรม และค้นหาสตริงแท็กกิจกรรมที่แสดง
ในคอลัมน์ทางด้านขวา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
cat=ในแท็ก Floodlight ที่สร้างขึ้นอีกด้วย
- รหัสผู้ลงโฆษณา: รหัสผู้ลงโฆษณาจะปรากฏในหน้ารายละเอียดผู้ลงโฆษณา
ด้านล่างชื่อของผู้ลงโฆษณา ค่านี้ยังพบเป็นค่า
- สำหรับรายได้ ให้เลือกตัวแปรที่เก็บจำนวนเงินรายได้ สำหรับรหัสคำสั่งซื้อ ให้เลือกตัวแปรที่เก็บรหัสคำสั่งซื้อ หากใช้วิธีการนับตามสินค้าที่ขาย ให้เลือกตัวแปรที่ เก็บการนับจํานวนสินค้าที่ขาย สร้างตัวแปรเหล่านี้ใน Tag Manager หากยังไม่มี
- ตัวแปรที่กำหนดเองของ Floodlight เป็นคู่คีย์-ค่าที่ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้ใช้ ตัวแปร Floodlight ที่กำหนดเองจะใช้คีย์
_u1=,_u2=ฯลฯ สำหรับตัวแปรที่กำหนดเองแต่ละตัว ให้เลือกตัวแปร Tag Manager ที่เก็บค่าที่คุณต้องการส่งต่อไปให้ตัวแปรที่กำหนดเองของ Floodlight - เลือกทริกเกอร์ที่ตรงกับเหตุการณ์การซื้อ หรือสร้างทริกเกอร์ใหม่
หากไม่ได้มีอยู่แล้ว คุณสามารถสร้างทริกเกอร์ได้หลายวิธีโดยขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ เป้าหมาย และวิธีติดตั้งใช้งาน Tag Manager
เช่น โดยทั่วไปจะใช้ทริกเกอร์การดูหน้าเว็บเพื่อช่วยให้แท็กเริ่มทำงานในหน้ายืนยันการซื้อ สำหรับตัวกรองทริกเกอร์ ให้เพิ่ม URL ของหน้ายืนยันการซื้อ หรือใช้ชั้นข้อมูลเพื่อพุชเหตุการณ์ที่กำหนดเอง
(
dataLayer.push({ 'event': 'purchase' });) และสร้างทริกเกอร์เป็น ทริกเกอร์เหตุการณ์ที่กำหนดเองโดยมีเงื่อนไขของเหตุการณ์เป็น 'การซื้อ' - เมื่อป้อนข้อมูลแท็กเสร็จแล้ว ให้คลิกบันทึก
- หากคุณใช้แท็ก Google แทนแท็กปลายทาง ให้ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้แท็ก Conversion Linker แล้ว หากคุณเชื่อมต่อกับปลายทางของ Google โดยตรงโดยใช้แท็กปลายทาง ระบบจะจัดการ Conversion Linker ที่ให้ไว้โดยอัตโนมัติ หากต้องการปรับลักษณะการทำงานเริ่มต้น ให้ใช้แท็บการตั้งค่าของคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager หรืออัปเดตการตั้งค่าแท็กปลายทาง
- บันทึกและนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง
gtag.js
คุณสามารถคัดลอกแท็ก Floodlight จากภายใน Display and Video 360 และ Campaign Manager 360 ได้ การติดตั้งแต่ละครั้งจะเกี่ยวข้องกับแท็ก Google มาตรฐานเพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อข้อมูลกับผลิตภัณฑ์ และแท็กเหตุการณ์ที่รวบรวมข้อมูลที่คุณต้องการ ขั้นตอนมีดังนี้
ติดตั้งแท็ก Google แทนที่ DC-XXXXXX ในตัวอย่างนี้ด้วย รหัสการกำหนดค่าที่ถูกต้อง หรือคัดลอกแท็กจากภายในผลิตภัณฑ์
<!-- Google tag (gtag.js) --> <script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=DC-XXXXXX"></script> <script> window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'DC-XXXXXX'); </script>ส่งเหตุการณ์ที่ต้องการทำเครื่องหมายเป็น Conversion ด้วย
gtag('event', ...)ควรวางแท็กเหตุการณ์ไว้ในหน้าเว็บซึ่งมีเหตุการณ์ที่ต้องการทำเครื่องหมายเป็น Conversion วางแท็กเหตุการณ์หลังข้อมูลโค้ดที่วางทั่วเว็บไซต์ในส่วน
<head>ช่องในข้อมูลโค้ดเหตุการณ์จะแตกต่างกันไปตามประเภทแท็ก วิธีการนับ และข้อมูลอื่นๆ ที่ส่งไปยังแท็ก
คุณสามารถคัดลอกแท็กเหตุการณ์จากภายในผลิตภัณฑ์ ดูตัวอย่างด้านล่างนี้
<script> gtag('event', 'conversion', { 'allow_custom_scripts': true, 'u1': '[variable]', 'send_to': 'DC-[floodlightConfigID]/[activityGroupTagString]/[activityTagString]+[countingMethod]' }); </script> <noscript> <img src="https://ad.doubleclick.net/ddm/activity/src=[floodlightConfigID];type=[activityGroupTagString];cat=[activityTagString];dc_lat=;dc_rdid=;tag_for_child_directed_treatment=;ord=1?" width="1" height="1" alt=""/> </noscript>
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งใช้งานแท็ก Google สำหรับ Display and Video 360 และ Campaign Manager 360