ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา

หากมีหน้าแฟลชการ์ด คุณสามารถช่วยให้นักเรียนหาคำตอบที่ดีกว่าสำหรับคำถามเกี่ยวกับการศึกษาได้โดยการเพิ่ม Structured Data Quiz ลงในหน้าแฟลชการ์ด การเพิ่ม Structured Data ช่วยให้เนื้อหามีสิทธิ์แสดงในภาพสไลด์ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษาในผลการค้นหาของ Google Search, Google Assistant และ Google Lens

ตัวอย่างผลการค้นหาที่เป็นริชมีเดียสำหรับถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา

ประเภทของหน้าต่อไปนี้มีสิทธิ์สำหรับภาพสไลด์ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา

  • หน้าแฟลชการ์ด: หน้าที่มีแฟลชการ์ดที่โดยทั่วไปจะมีคำถามที่ด้านหนึ่งและมีคำตอบอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง หากต้องการมาร์กอัปหน้าที่มีแฟลชการ์ด โปรดอ่านคู่มือนี้ต่อเพื่อดูวิธีเพิ่มสคีมาถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา
  • หน้าถามและตอบแบบสำหรับคำถามเดียว: หน้าที่มีคําถามเพียง 1 ข้อและตามด้วยคำตอบที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา หากต้องการมาร์กอัปหน้าถามและตอบแบบสำหรับคำถามเดียว ให้เพิ่มมาร์กอัป QAPage แทน

ความพร้อมใช้งานของฟีเจอร์

ภาพสไลด์ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษามีให้บริการเป็นภาษาอังกฤษในทุกภูมิภาคที่ใช้ Google Search ได้ ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อค้นหาหัวข้อที่เกี่ยวกับการศึกษาบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์เคลื่อนที่

วิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ข้อมูลที่มีโครงสร้างคือรูปแบบมาตรฐานในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหน้าและจำแนกประเภทเนื้อหาของหน้า หากคุณเพิ่งใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างเป็นครั้งแรก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับวิธีสร้าง ทดสอบ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ดูคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บได้ใน Codelab สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

  1. เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น ดูตำแหน่งการแทรกข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าเว็บตามรูปแบบที่คุณใช้อยู่
  2. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดโดยใช้การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  4. ทำให้หน้าบางหน้าที่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้และใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อทดสอบว่า Google เห็นหน้าในลักษณะใด ตรวจสอบว่า Google เข้าถึงหน้าดังกล่าวได้และไม่มีการบล็อกหน้าด้วยไฟล์ robots.txt, แท็ก noindex หรือข้อกำหนดให้เข้าสู่ระบบ หากหน้าเว็บดูถูกต้องดีแล้ว ก็ขอให้ Google รวบรวมข้อมูล URL อีกครั้งได้
  5. หากต้องการให้ Google ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่ตลอด เราขอแนะนำให้คุณส่งแผนผังเว็บไซต์ ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการแบบอัตโนมัติได้โดยใช้ Search Console Sitemap API

ตัวอย่าง

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของหน้าแฟลชการ์ดที่มี Structured Data สำหรับถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา


<html>
  <head>
    <title>Cell Transport</title>
    <script type="application/ld+json">
    {
      "@context": "https://schema.org/",
      "@type": "Quiz",
      "about": {
        "@type": "Thing",
        "name": "Cell Transport"
      },
      "educationalAlignment": [
        {
          "@type": "AlignmentObject",
          "alignmentType": "educationalSubject",
          "targetName": "Biology"
        }
      ],
      "hasPart": [
        {
          "@context": "https://schema.org/",
          "@type": "Question",
          "eduQuestionType": "Flashcard",
          "text": "This is some fact about receptor molecules.",
          "acceptedAnswer": {
            "@type": "Answer",
            "text": "receptor molecules"
          }
        },
        {
          "@context": "https://schema.org/",
          "@type": "Question",
          "eduQuestionType": "Flashcard",
          "text": "This is some fact about the cell membrane.",
          "acceptedAnswer": {
            "@type": "Answer",
            "text": "cell membrane"
          }
        }
      ]
    }
    </script>
  </head>
</html>

หลักเกณฑ์

คุณต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้เพื่อให้หน้าเว็บมีสิทธิ์แสดงในผลการค้นหาที่เป็นริชมีเดียสำหรับถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา

หลักเกณฑ์ทางเทคนิค

  • ใส่ Structured Data ในหน้าที่มีรายละเอียดมากที่สุด อย่าเพิ่ม Structured Data ในหน้าที่ไม่มีคําถาม
  • คำถามทั้งหมดต้องใช้ค่า Flashcard สำหรับพร็อพเพอร์ตี้ eduQuestionType หน้าเว็บที่มีคำถามประเภทอื่นๆ จะไม่มีสิทธิ์ใช้ภาพสไลด์ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา สำหรับหน้าที่มีคำถามประเภทอื่น ให้ลองใช้แบบฝึกหัดแก้ปัญหา
  • ตรวจสอบว่าการตั้งค่าการโหลดของโฮสต์อนุญาตให้ทำการ Crawl ได้บ่อยๆ
  • ผู้ใช้ควรเห็นคำถามบนหน้าของเว็บไซต์ได้ทันที ซึ่งหมายความว่าไม่ควรใส่คำถามไว้แค่ในไฟล์ข้อมูลหรือไฟล์ PDF เท่านั้น
  • หากหน้าเว็บมีคำถามเพียง 1 ข้อและตามด้วยคำตอบที่ผู้ใช้ส่งเข้ามาจํานวนมาก ให้ใช้มาร์กอัป QAPage แทน

คำจำกัดความของประเภท Structured Data

คุณต้องใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นเพื่อให้เนื้อหามีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นริชมีเดีย คุณอาจใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำด้วยเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

แบบทดสอบ

Quiz คือชุดแฟลชการ์ด (อย่างน้อย 1 ชุด) ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นแนวคิดหรือวิชาเดียวกัน

ดูคำจำกัดความทั้งหมดของแบบทดสอบได้ที่ schema.org

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
hasPart

Question

ข้อมูลที่ฝังไว้เกี่ยวกับคำถามแฟลชการ์ดหนึ่งๆ ของแบบทดสอบ ใช้พร็อพเพอร์ตี้ hasPart จํานวน 1 รายการเพื่อแสดงแฟลชการ์ดรายการเดียว

หากต้องการใส่แฟลชการ์ดหลายรายการ ให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้ซ้ำ


{
  "@type": "Quiz",
  "hasPart": {
    "@type": "Question"
  }
}
พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
about

Name

ข้อมูลที่ฝังไว้เกี่ยวกับแนวคิดสําคัญของ Quiz


{
  "@type": "Quiz",
  "about": {
    "@type": "Name"
  }
}
about.name

Text

ข้อมูลที่ฝังไว้เกี่ยวกับแนวคิดสําคัญของ Quiz คุณระบุพร็อพเพอร์ตี้นี้ได้หลายครั้ง


{
  "@type": "Quiz",
  "about": {
    "@type": "Name",
    "name": "Cell transport"
  }
}
educationalAlignment

AlignmentObject

การวางแนวทางของแบบทดสอบให้สอดคล้องกับกรอบการศึกษาซึ่งเป็นที่ยอมรับ คุณสามารถใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้ซ้ำเพื่อปรับแนวทางของคำถามให้สอดคล้องกับการศึกษาหรือขอบเขตความรู้ รวมถึงระดับชั้นหรือมาตรฐานการศึกษาเป้าหมาย


{
  "@type": "Quiz",
  "educationalAlignment": []
}
educationalAlignment.alignmentType

Text

หมวดหมู่ของการปรับแนวทางระหว่างทรัพยากรการเรียนรู้และโหนดของกรอบสําหรับแบบทดสอบ Google Search ใช้มาตรฐาน LRMI

ใช้พร็อพเพอร์ตี้ alignmentType ซ้ำเพื่อระบุทั้งสาขาวิชาและระดับชั้นหรือมาตรฐานการศึกษาเป้าหมาย

  • หากต้องการระบุสาขาวิชาหรือขอบเขตความรู้ของแบบทดสอบ ให้ตั้งค่าพร็อพเพอร์ตี้ alignmentType เป็นค่า educationalSubject
  • หากต้องการระบุระดับชั้นหรือมาตรฐานการศึกษาเป้าหมายของแบบทดสอบ ให้ตั้งค่าพร็อพเพอร์ตี้ alignmentType เป็นค่า educationalLevel

ต่อไปนี้เป็นวิธีระบุทั้งพร็อพเพอร์ตี้ educationalSubject และ educationalLevel


{
  "@type": "Quiz",
  "educationalAlignment": [
     {
       "@type": "AlignmentObject",
       "alignmentType": "educationalSubject",
       "targetName": "Biology"
     },
     {
       "@type": "AlignmentObject",
       "alignmentType": "educationalLevel",
       "targetName": "Fifth grade"
     }

  ]
}
educationalAlignment.targetName

Text

ชื่อโหนดของกรอบการศึกษาซึ่งเป็นที่ยอมรับ เช่น "เกรด 7: โครงสร้างของเซลล์"


{
  "@type": "Quiz",
  "educationalAlignment": [
     {
       "@type": "AlignmentObject",
       "targetName": "Grade 7: Cell Structure"
     }
  ]
}

คำถาม

คําถามแต่ละข้อจะสอดคล้องกับแฟลชการ์ด 1 รายการ โดยฝังอยู่ในส่วนพร็อพเพอร์ตี้ hasPart ของ Quiz โปรดทราบว่าข้อกำหนด Question เหล่านี้แตกต่างจากข้อกำหนดของ Question สำหรับ QAPage

ดูคำจำกัดความทั้งหมดของ Question ได้ที่ schema.org

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
acceptedAnswer

Answer

ข้อความทั้งหมดของคำตอบในแฟลชการ์ดหนึ่งๆ ต้องมีพร็อพเพอร์ตี้ acceptedAnswer เพียง 1 รายการต่อประเภท Question


{
  "@type": "Question",
  "acceptedAnswer": {
    "@type": "Answer",
    "text": "cell membranes"
  }
}
eduQuestionType

Text

ประเภทของคำถาม คุณต้องใช้ค่าคงที่ค่านี้: Flashcard


{
  "@type": "Question",
  "eduQuestionType": "Flashcard”
}
text

Text

ข้อความทั้งหมดของคำถามในแผลชการ์ด


{
  "@type": "Question",
  "text": "A protein on the surface of HIV can attach to proteins on the surface of healthy human cells. What are the attachment sites on the surface of the cells known as?"
}

ตรวจสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ด้วย Search Console

Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของหน้าเว็บใน Google Search คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อสมัครใช้ Search Console เพื่อให้เนื้อหาได้แสดงในผลการค้นหาของ Google แต่การลงชื่อสมัครใช้จะช่วยให้คุณเข้าใจและปรับปรุงวิธีที่ Google เห็นเว็บไซต์ได้ เราขอแนะนำให้ไปดูข้อมูลใน Search Console ในกรณีต่อไปนี้

  1. หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก
  2. หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด
  3. วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ Google ได้จัดทำดัชนีหน้าของคุณแล้ว ให้ตรวจหาปัญหาโดยใช้รายงานสถานะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักแล้วหน้าที่ถูกต้องจะมีจำนวนมากขึ้น และข้อผิดพลาดหรือคำเตือนไม่เพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ทำดังนี้

  1. แก้ไขข้อผิดพลาด
  2. ตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่เพื่อดูว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่
  3. ขอการตรวจสอบโดยใช้รายงานสถานะ

หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด

เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเว็บไซต์ ให้คอยตรวจดูว่ามีข้อผิดพลาดและคำเตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้างเพิ่มขึ้นไหม
  • หากเห็นว่ามีข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะคุณเผยแพร่เทมเพลตใหม่ที่ใช้งานไม่ได้ หรือเว็บไซต์โต้ตอบกับเทมเพลตที่มีอยู่ด้วยวิธีใหม่และไม่ถูกต้อง
  • หากเห็นว่ารายการที่ถูกต้องลดลง (ไม่สอดคล้องกับข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้น) อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้ฝังข้อมูลที่มีโครงสร้างไว้ในหน้าแล้ว ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูสาเหตุของปัญหา

วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

วิเคราะห์การเข้าชมจาก Google Search โดยใช้รายงานประสิทธิภาพ ข้อมูลจะแสดงความถี่ที่หน้าปรากฏเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Search ความถี่ที่ผู้ใช้คลิกหน้า และอันดับเฉลี่ยที่หน้าปรากฏในผลการค้นหา หรือคุณจะดึงผลลัพธ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติโดยใช้ Search Console API ก็ได้เช่นกัน

การแก้ปัญหา

หากประสบปัญหาในการใช้หรือแก้ไขข้อบกพร่องของข้อมูลที่มีโครงสร้าง โปรดดูแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ซึ่งอาจช่วยคุณได้

เราอาจแสดงเนื้อหาของคุณในภาพสไลด์ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษาโดยอัตโนมัติ หากไม่ต้องการแสดงในภาพสไลด์ถามและตอบเกี่ยวกับการศึกษา ให้กรอกข้อมูลในฟอร์มนี้